อนุสาวรีย์เจ้าหลวงหมื่นด้งนคร ในรัชสมัยของของพระเจ้าติโลกราชเมื่อห้าร้อยกว่าปีที่แล้ว พงศาวดารล้านนาได้บันทึกมหาวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของแม่ทัพใหญ่ "เจ้าหลวงหมื่นด้งนคร" อดีตเจ้าผู้ครอง นครเขลางก์ละกอน นครลำปาง เจ้าเมืองเชลียง(ศรีสัชนาลัย) เจ้าเมืองชวนชื่น และเจ้าเมืองด้งนคร ซึ่งตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ได้ทรงประกอบกรณียกิจเพื่อบ้านเมืองมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทรงเป็นแม่ทัพเอกผู้นำทหารกล้าของราชอาณาจักรล้านนาไทย ป้องกันอริราชศัตรูผู้เข้ามารุกราน อีกทั้ง ได้ทรงทำนุบำรุงบ้านเมืองทั้งในฐานะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ หรือในฐานะองค์เจ้าหลวงผู้ครองนคร ทางด้านพระศาสนาก็ทรงเป็นผู้ยึดมั่นในพระบวรพุทศาสนา ดังปรากฏหลักฐานทางโบราณคดีและโบราณวัตถุ อันได้แก่ พระอุโบสถและพระเจดย์องค์ใหญ่ ณ วัดเวียงด้ง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่(ภายหลังได้รับการบูระปฏิสังขร โดยครูบาเจ้าศรีวิชัยนักบุญแห่งล้านนาไทย) ในด้านการปฏิบัติพระองค์ก็ทรงเปี่ยมด้วยบารมี เป็นที่เคารพยำเกรงของทหารและศัตรู ด้วยทรงมีพาระปรีชาสามารถในทุกๆด้านทั้งพิชัยสงคราม อักษรศาสตร์ ธรรมนูญศาสตร์ มีน้ำพระทัยอันเด็ดเดี่ยวกล้าหาญ ซื่อสัตย์จงรักภักดีทรงยอมสละพระชนม์ชีพเพื่อรักษาพระเกียรติยศ ดังปรากฎในลิลิตยวนพ่ายตอน ก่อนที่จะทรงพิลาลัย (ปีพ.ศ.๒๐๑๗)ความว่าปัจฉิมโองการเจ้าหลวงหมื่นด้งนคร "ข้าไท้ธิเบศก์ ใดใด ก็ดี ตายเพื่อภักดี โดยซื่อพร้อม คือคนอยู่เป็นใน อธิโลก ปรโลกนางฟ้าล้อม เลอศอินทร์ "ทวยใดเจ้าเกื้อโภค พูนมี ครั้นบ่ถวิลภักดี แด่เจ้า ชีพยืนอยู่แสนปี เป็นคู่ ตายนา ตายก็คือได้เข้า ก่องน้ำ นรกกานต์ แม้ว่าพระองค์ท่านจะทรงพิลาลัยมากว่า ๕๐๐ ปี แต่พระเกียรติคุณ พระปรีชาสามารถก็ยังทรงตราตึงอยู่ ในใจของพี่น้องประชาชนทุกคนเสมอมา ตลอดจนในปัจจุบันพระบารมีก็ยังคงปกป้องคุ้มครอง เป็นศูนย์รวมดวง ใจของผู้สักการะอยู่เสมอ ดังปรากฎเป็นที่ประจักสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ชาวตำบลสรอย ตำบลป่าสักด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน จึงได้ร่วมจิตแรงสรัทธา ตั้งจิตอธิฐานขอพระราชานุญาตจากดวงพระองค์ท่านซึ่งสถิตในสรวงสวรรค์ เพื่อสร้างสารูปเคารพให้อนุชน รุ่นหลังได้ลึกถึงพระบารมี พระเดชานุภาพ วีรกรรมอันยิ่งใหญ่ที่พระองค์ท่านได้บำเพ็ญมาตลอดพระชนม์ชีพนั้น ให้เป็นศูนย์รวมจิตใจชาวตำบลสรอย ตำบลป่าสักและพี่น้องประชาชนทั่วไปได้ถวายสักการะบูชาเป็นที่พึงจิต วิญญานตลอดไป